บทที่ 11 วิวาห์ฉุกเฉิน ทวงคืนหัวใจ EP11

“ฉันอยู่นี่ค่ะ ไม่ได้ไปไหน” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หวังเพียงให้เขาสงบลง

ทว่าประโยคถัดมาที่หลุดออกจากปากของคนป่วยกลับทำให้ลมหายใจของแก้วกรุณาสะดุดกึก

“แก้ว...แก้วกรุณา”

ไม่ใช่ชื่อของเมธาวี ไม่ใช่ชื่อของแฟนเก่าที่เพียบพร้อม แต่เป็นชื่อของเธอ... ผู้หญิงซอมซ่อที่เขาเพิ่งคว้ามาเป็นเครื่องมือบังหน้า

ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งจนแทบจะทะลุออกมานอกอก อาทิตย์ตะวันออกแรงดึงเพียงนิด ร่างบางก็ถลาเสียหลักล้มลงไปทาบทับบนแผงอกกว้าง วงแขนแกร่งตวัดรัดร่างของเธอเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ ชายหนุ่มซุกใบหน้าหล่อเหลาลงกับลาดไหล่บอบบาง สููดดมกลิ่นหอมละมุนจากเรือนผมของเธอราวกับเป็นยาระงับปวดชั้นดี

“คุณตะวัน...ปล่อยก่อนค่ะ” เธอพยายามขัดขืนด้วยเสียงที่สั่นพร่า ทว่าร่างกายกลับแข็งทื่อไปหมดเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวและจังหวะการเต้นของหัวใจที่สอดประสานกัน

“อย่าดื้อ ขออยู่แบบนี้สักพัก” เขาพึมพำชิดใบหู ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดจนขนอ่อนบนต้นคอลุกชัน “แค่คืนนี้เท่านั้น แก้ว”

เสียงเรียกชื่อที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและเว้าวอนนั้น ทำลายกำแพงน้ำแข็งในใจของแก้วกรุณาจนพังทลายลงอย่างราบคาบ เธอหยุดดิ้นรน ยอมปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายอันตรายคนนี้อย่างสิ้นสติสัมปชัญญะ มือบางค่อยๆ ยกขึ้นลูบไล้แผ่นหลังกว้างของเขาอย่างปลอบประโลม ปล่อยให้ความเงียบสงบของค่ำคืนนี้ทำหน้าที่เยียวยาบาดแผลในหัวใจของคนทั้งสอง โดยไม่มีใครรู้เลยว่า อุบัติเหตุชิดใกล้ในคืนนี้กำลังจะเปลี่ยนสถานะ ‘ภรรยาบังหน้า’ ให้กลายเป็นพันธนาการที่ลึกซึ้งและยากจะตัดขาดไปตลอดกาล

ค่ำคืนที่แสนยาวนานผ่านพ้นไปพร้อมกับอุณหภูมิร่างกายของคนป่วยที่ค่อยๆ ลดลงจนกลับสู่สภาวะปกติ แก้วกรุณาใช้เวลาเกือบทั้งคืนในการดูแลเปลี่ยนผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้อาทิตย์ตะวันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนกระทั่งฟ้าสาง เธอถึงยอมปล่อยให้ตัวเองเอนกายลงพักผ่อนบนโซฟาปลายเตียง โดยไม่กล้าทิ้งระยะห่างไปไหนไกลเพราะกลัวว่าพิษไข้ของเขาจะกลับมากำเริบอีก

ดวงตากลมโตที่โรยราจากความง่วงงันทอดมองใบหน้าหล่อเหลาที่หลับสนิทอยู่บนเตียง ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของเขาบ่งบอกถึงการพักผ่อนที่ลึกซึ้ง ผู้ชายที่เคยแผ่รังสีคุกคามและควบคุมทุกอย่างได้ดั่งใจนึก ตอนนี้ดูไร้พิษสงและเปราะบางเสียจนเธอเผลอคิดไปว่า เขาก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีมุมอ่อนแอและโหยหาการถูกรักไม่ต่างจากใคร

‘แก้ว...แก้วกรุณา...อย่าทิ้งฉันไป’

เสียงละเมอที่หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกเมื่อคืนยังคงดังก้องอยู่ในหัว ราวกับเป็นแผ่นเสียงตกร่องที่เล่นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบทุกครั้งที่นึกถึงอ้อมกอดแกร่งที่รัดรึงเธอไว้แนบอก สัมผัสอุ่นจัดและลมหายใจที่เป่ารดต้นคอยังคงทิ้งร่องรอยความหวั่นไหวเอาไว้อย่างชัดเจน

‘อย่าลืมสถานะของตัวเองสิแก้วกรุณา เธอเป็นแค่หมากตัวหนึ่งบนกระดานธุรกิจของเขาเท่านั้น’

หญิงสาวหลับตาลง พยายามขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านและเตือนสติตัวเองให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริง ผู้ชายระดับอาทิตย์ตะวันไม่มีทางชายตามองผู้หญิงที่มีอดีตเน่าเฟะอย่างเธอ การที่เขาละเมอเรียกชื่อเธอ อาจเป็นเพียงเพราะจิตใต้สำนึกของเขากำลังสับสน หรือไม่ก็เป็นแค่ภาพหลอนจากพิษไข้ เธอไม่มีสิทธิ์คิดเข้าข้างตัวเอง หรือคาดหวังอะไรที่มันเกินเลยไปกว่าพันธะสัญญาที่ตกลงกันไว้

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาตกกระทบเปลือกตา ปลุกให้ซีอีโอหนุ่มตื่นขึ้นจากนิทราอันยาวนาน อาทิตย์ตะวันขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง อาการปวดหัวและครั่นเนื้อครั่นตัวทุเลาลงไปมาก เหลือเพียงความอ่อนเพลียเล็กน้อย ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นร่างเพรียวบางของหญิงสาวนอนขดตัวหลับสนิทอยู่บนโซฟาปลายเตียง

กะละมังใส่น้ำและผ้าขนหนูที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง คือหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้ใช้เวลาทั้งคืนเพื่อดูแลเขา

อาทิตย์ตะวันลอบถอนหายใจ ความรู้สึกผิดและซาบซึ้งใจตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างเงียบเชียบ เขาไม่เคยยอมให้ใครเห็นมุมอ่อนแอของตัวเอง ไม่เคยยอมให้ใครเข้ามาดูแลในยามที่เขาเจ็บป่วย ทว่าแก้วกรุณากลับทำลายกำแพงเหล่านั้นลงอย่างง่ายดายด้วยความห่วงใยที่แสนบริสุทธิ์

เขาลุกจากเตียง เดินเข้าไปใกล้ร่างบางที่หลับสนิท เขาถอดเสื้อคลุมอาบน้ำของตัวเองออกแล้วนำไปห่มคลุมร่างของเธอไว้อย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วแกร่งเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสีเข้มจัดทอดมองใบหน้าหวานละมุนด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและยากจะคาดเดา

“ขอบใจนะ...แก้วกรุณา” เขากระซิบเสียงแผ่ว

ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะหมุนตัวเดินกลับไปจัดการธุระส่วนตัว เปลือกตาบางก็ค่อยๆ ขยับเปิดขึ้น แก้วกรุณางัวเงียตื่นขึ้นมาพบกับสายตาคมกริบที่จ้องมองมาในระยะประชิด หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว รีบผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ เสื้อคลุมอาบน้ำตัวใหญ่ที่คลุมร่างอยู่หล่นลงไปกองบนตัก

“คุณตะวัน ตื่นแล้วหรือคะ ดีขึ้นบ้างไหม” เธอถามด้วยความประหม่า พยายามเก็บซ่อนความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

“อืม...ดีขึ้นแล้ว” เขากลับมาสวมหน้ากากแห่งความเย็นชาอีกครั้ง น้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งร่องรอยของความอ่อนไหวใดๆ “ขอบใจที่ดูแล แต่ทีหลังไม่ต้องลำบาก ฉันจัดการตัวเองได้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป